
จากอำเภอสังคมในวันนี้ เรามีเป้าหมายไปเที่ยววัดหินหมากเป้ง ซึ่งต้องย้อนกลับไปทางอำเภอศรีเขียงใหม่ เพื่อชมทัศนียภาพริมแม่น้ำโขงที่วัดหินหมากเป้ง วัดนี้เคยโด่งดังเมื่อครั้งหลวงปู่เทสก์ เทสก์รังสี ยังมีชีวิตอยู่ จะมีผู้คนเข้าวัดไม่ขาดสาย ด้วยความศรัทธาหลวงปูเทสก์ แต่เมื่อท่านได้มรณภาพไปแล้ว วัดที่เคยมีคนมามากก็เงียบเหงาลงถนัดใจ วันที่เราไปนั้นไม่เห็นใครนอกจากคนกวาดลานวัดคนเดียวสอบถามได้ความว่า อยู่ที่นี่มานานแล้วตั้งแต่สมัยหลวงปู่เทสก์ ปัจจุบันมีพระจำพรรษาไม่กี่องค์ และมีโซนที่พักแม่ชีสองสามคนแยกต่างหาก สภาพการณ์เช่นนี้เป็นสัจธรรม ตามหลักไตรลักษณ์ของพระพุทธศาสนา คือ อนิจจังไม่เที่ยง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่บรรยากาศเงียบสงบเช่นนี้ จึงเหมาะกับผู้ที่คิดจะมาปลีกวิเวกปฏิบัติธรรม บวชเรียนใช้สมาธิศึกษาพระธรรมและนั่งวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างยิ่ง

วัดหินหมากเป้ง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนหน้าผาที่มีลักษณะเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ (ที่เรียกว่าหินหมากเป้ง) เรียงติดกัน 3 ก้อน แต่ได้มีการเทปูนเป็นพื้นกว้างผืนเดียวกันแล้ว และใกล้ที่พักแม่ชีมีลานหินยื่นออกไปเป็นบริเวณกว้างริมแม่น้ำโขง แต่เราเพลินจนลืมไม่ได้ลงไปที่จุดนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ห้าม เสียดายมากครับ!

อาหารเช้าที่ อ.สังคม ทั้งๆ ที่รีสอร์ทที่พักเขาก็มีบริหารอาหารเช้า แต่เราอยากตะเวนหาร้านอาหารในตลาดกินเอง เพื่อจะได้ชิมอาหารในท้องถิ่นว่ามีอะไรบ้างที่น่ากิน หากประทับใจเมนูและรสชาดเด็ด ก็จะได้นำมาบอกกล่าวแก่เพื่อนนักท่องเที่ยว

เราขับรถวนช้าๆ หาร้านที่ขายอาหารเช้า แทบจะไม่มีเลย หาร้านขายข้าวแกงก็ไม่พบ บางร้านมีตู้ตั้งแบบขายก๋วยเตี๋ยว เห็นแต่ตู้โล่งๆ ไม่มีหมูแดง หรือเป็ดไก่ห้อยในตู้ และไม่เห็นมีลูกค้านั่ง จึงไม่เข้าไปถาม ขับรถย้อนไปอีกครั้งเห็นร้านเรือนแถวมีเด็กนักเรียนหญิงกำลังรับประทานอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียน จึงเป็นจุดสนใจมองเข้าไปเห็นหม้อตั้งอยู่บนเตา มีป้ายเล็กๆ เขียนว่ากระเพราะปลา และก๋วยจั๊บญวน ดูแล้วไม่มีร้านอื่นเลือก จึงแวะเข้าไปสั่งกระเพราะปลาทันที (เปิดหม้อดูก็รู้แล้วว่าวัตถุดิบเป็นหนังหมู) แต่ก็สั่งกิน เมื่อได้ชิมรสชาติก็อร่อยพอใช้ได้
ออกจากวัดหินหมากเป้งกลับมาทางอำเภอสังคม ผ่านทางแยกขึ้นเขามีป้ายริมทางบอกว่า วัดถ้ำศรีมงคล 13 กม. วัดผาใหญ่วชิรวงศ์ 10 กม. แต่ป้ายวัดผาตากเสื้อ เข้าไปอยู่ข้างใน ถ้าไม่สังเกตให้ดีระวังจะขับรถผ่านเลยไป ที่ทางแยกนี้ขับรถขึ้นไป 7 กม.ก็จะถึงวัดผาตากเสื้อ ขอบอกข่าวดีว่าถนนขึ้นเขาไปวัดผาตากเสื้อช่วงแรกลาดยาง พอใกล้ถึงวัดเป็นถนนคอนกรีตสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วรถเก๋งขึ้นได้สบายมาก อาจมีบางช่วงที่เจอฝนแล้วน้ำไหลพัดพาก้อนหินขึ้นมาเกลื่อนถนน แต่โดยรวมแล้วสะดวกมากครับ
สำหรับผู้ที่เดินทางแบบ Back Pack แบกเป้สามารถนั่งรถประจำทางจากจังหวัดหนองคาย ระยะทาง 96 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. โดยขึ้นรถที่สถานีขนส่งหนองคาย สาย 507 (หนองคาย-เลย) ค่าโดยสารรถธรรมดา 51 บาท เมื่อถึงทางแยกวัดผาตากเสื้อแล้ว จึงต่อรถสองแถวขึ้นไปชมวิวบนเขา(อาจจะต้องเหมารถขึ้นไป) เพราะเป็นทางเฉพาะไม่มีชุมชนที่ปลายทาง

เมื่อถึงวัดผาตากเสื้อ จอดรถแล้วก็เดินขึ้นไป 50 ม. ที่บริเวณหน้าผาจะมองหินวิวทิวทัศน์อำเภอสังคม และแม่น้ำโขงฝั่งลาว ซึ่งบริเวณนี้แม่น้ำโขงแยกเป็นสองสายแล้วมาบรรจบกันใหม่ระยะทางราว 5 กม.

ดูจากจุดชมวิวใคร ๆ ก็คิดว่ามีแม่น้ำฝั่งลาวไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง แท้จริงแล้วเป็นแม่น้ำโขงที่แยกทางแล้วมาบรรจบกันใหม่ ทำให้ฝั่งลาวเป็นเกาะขนาดใหญ่มองเห็นได้จากฝั่งไทย ใครที่มาเที่ยวอำเภอสังคมแล้วไม่ได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพบนวัดผาตากเสื้อจะเสียดายเมื่อภายหลัง เหมือนว่ายังมาไม่ถึงอำเภอสังคม อย่าลืมนะครับ !